[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย
 

 



  

เรื่องทั่วไป
อัลปากา

พฤหัสบดี ที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ.2557


เด็กหลังห้อง

สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย

 

                อัลปากา

“อัลปากา ตัวอะไรอะ” คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจเมื่อเห็นผลของการใช้โปรแกรม “คุณหน้าเหมือนตัวอะไร” ซึ่งตอนที่เขียนบทความเห็นโพสกันกระจายใน facebook (คนเราก็แปลกนิ เป็นคนดีๆไม่ชอบ กับชอบเปรียบเที่ยบกับสัตว์ อันนี้รวมถึงตัวผมด้วย) ว่าแต่ อัลปากา เนี๊ยมันมีในไทยไหม? อยากลองเอาไปถ่ายรูปเทียบกันให้เห็นชัดๆกันไปเลย ว่าแล้วก็ลองหาข้อมูลดู ผลปรากฏว่า มีฟาร์มเลี้ยงทำเป็นรีสอร์ตแถวๆราชบุรี (งด ออกนามครับ กลัวนายกมาเก็บค่าสปอนเซอร์กับผู้เขียน) แต่ที่ประหลาดใจมาก คือ มีการเอา อัลปากา มาเป็นพระเอกในร้านอาหาร ประมาณว่านั่งกินข้าวไป ดู/ถ่ายรูป อัลปากาไป เนื่องจาก อัลปากา นั้นตัวเล็กและเชื่องมาก (อันนี้ก็ งด ออกนามร้านด้วยเหตุผลเดียวกับเมื่อกี๊) เมื่อรู้ว่ามีในไทยเราก็มาดูข้อมูลกันว่า อัลปากา เค้าคือใคร

                      

                       อัลปากา (alpaca) เป็นชื่อเรียกภาษาสเปน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Vicugna pacos) เป็นสัตว์เลี้ยงในตระกูล อูฐ ในทวีปอเมริกาใต้ เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องคล้ายวัว แต่ที่พิเศษคือมี 3 กระเพาะ แทนที่จะมี4 กระเพาะเหมือนสัตว์เคี้ยวเอื้องทั่วไป อาหารที่ใช้เลี้ยงส่วนใหญ่ก็พวกหญ้า และหญ้าแห้ง, เหมือนอย่างสัตว์เคี้ยวเอื้องทั่วๆปที่จำเป็นต้องให้แร่ธาตเสริม (วันละครั้ง), ลักษณะเท้าของอัลปากามีลักษณะอ่อนนุ่ม ทำให้ไม่ทำลายทุ่งหญ้า, นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ที่ฟันไม่สมบูรณ์เนื่องจากไม่มีฟันด้านบน, ขนาดของตัวพบว่าเป็นมีขนาดเล็ก (สูงเฉลี่ย: 125 เซนติเมตร และ หนัก: 60 - 80 กิโลกรัม) ทีนี้เรามาดูวงจรชีวิตกันดีกว่า พบว่าอัลปากามีช่วงชีวิตอยู่ระหว่าง 15 ถึง 20 ปี, มีระยะเวลาตั้งครรภ์อยู่ที่ 11 ถึง 12 เดือน และให้กำเนิดลูกทีละตัว (ฝาแฝดจะพบได้ยากมาก) ลูกของอัลปากาที่พึ่งเกิดมีชื่อเรียกเฉพาะว่า cria ซึ่งจะมีน้ำหนัก 7 ถึง 10 กิโลกรัม

                       อัลปากา เป็นสัตว์สังคมชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง (ถึงจะหน้าเหมือแต่ลักษณะนิสัยไม่เหมือนละ เพราผมชอบฉายเดี่ยว) นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นสัตว์ชนชั้นสูง เพราะถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติสามารถพบได้ในที่สูงบริเวณแถบเทือกเขาแอนดีส ทางตอนใต้ของประเทศเปรู ตอนเหนือของประเทศโบลิเวีย ประเทศเอกวาดอร์ และตอนเหนือของประเทศชิลี โดยจะอยู่บริเวณที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 3,500 เมตร (11,000 ฟุต) ถึง 5,000 เมตร (16,000 ฟุต) เนื่องจากอาศัยอยู่ในที่สูง จึงมีขนที่หนานุ่ม มีความทนทาน ถึงขนาดที่ชาวอินคา ให้สมญานามว่า "เส้นใยจากพระเจ้า" ขนของอัลปากาจึงนิยมนำมาทำเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม (ผ้าห่ม เสื้อหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเครื่องนุ่งห่มประเภทต่างๆ) และเราไม่ต้องกลัวว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าที่จำเจ มีสีเดียวเหมือนขนสัตว์ชนิดอื่นๆ เพราะตามธรรมชาติ อัลปากาเป็นสัตว์แฟชั่น โดยขนจะมีหลากหลายสี (พบในเปรู 52 สี, พบในออสเตรเลีย 12 สี และ พบในสหรัฐอเมริกา 16 สี), สำหรับผิวสัมผัสของขนสัตว์ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหยาบกระด้าง เพราะ ขนของอัลปากามีให้คุณเลือกได้ 2 ชนิด ได้แก่ suri (เส้นใยยาวและนุ่มเหมือนเส้นไหม) และ huacaya (เส้นใยที่สั้น หนาแน่น เหมือนขนแกะ ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าขนสัตว์) เราสามารถตัดขนอัลปากาได้ปีละครั้ง ซึ่งจะได้ขนที่นุ่มและอบอุ่นครั้งละ 2 ถึง 4 กิโลกรัม สามารถให้ขนได้ตลอดชีวิต

                       สำหรับผู้ที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม ผุ้เขียนมีข้อระวังมาเตือนนิดนึงครับ ให้ระวังเวลาหาชื่อภาษาอังกฤษครับ ที่ถูกคือ ALPACAไม่ใช่ ALPACCA ให้สังเกตมีตัว C 1 ตัวครับ ว่าแล้วก็นอกเรื่องเลย ถ้าพิมพ์ ALPACCA จะได้ผลลัพท์เป็นโลหะผสม (ทองเหลืองและทองแดงผสมกับนิเกิล) ที่มีความเหนียวและคงทนกว่าเงินและสัมฤทธิ์ ชาวจีนเรียกโลหะนี้ว่า “ทองแดงขาว” ในขณะที่คนไทยนิยมเรียกว่า “ทองเหลืองขาว” เพราะออกขาวๆเหลืองๆ หรือบางทีเรียก "เนื้อช้อนส้อม" เพราะช่วงระยะเวลาหนึ่งนิยมนำโลหะนี้มาทำช้อนส้อม ชื่อ ALPACCA ว่ากันว่ามาจากแบรนด์สินค้าหนึ่งจากยุโรป คนไทยโดยเฉพาะชาวพระเครื่องก็เลยเรียกทับศัพท์โลหะแบบนี้ตามชื่อแบรนด์สินค้าเดิม ซึ่งในปัจจุบันเข้าใจว่าแบรนด์นี้เลิกไปแล้ว

                     กลับมาที่ ALPACA ของเราต่อดีกว่าครับ จุดเด่นของเจ้าตัวนี้อยู่ที่รูปลักษณ์ที่ดูแปลกปนน่ารักแล้ว (ดูรูปประกอบครับ) เห็นแล้วอยากนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ด้วยขนาดตัวไม่ใหญ่ไป มีนิสัยเชื่อง ไม่ดุร้าย และยังเป็นสัตว์อนามัย เนื่องจาก อัลปากาเป็นสัตว์ที่สะอาด จึงไม่มีกลิ่นเหม็นใดๆ เหมือนกับแพะ หรือ แกะเลย (แพะ กับแกะเนี๊ย กลิ่นแรงไม่ใช่ย่อยเลย ลองไปดมดูตอนให้ในงานเกษตรแฟร์ได้) ตรงกันข้ามกับพระเอกของเราที่เป็นสัตว์เลี้ยงไฮโซ สุภาพ รักสะอาด และน่ารักเอามากๆ เวลาทำธุระส่วนตัว(ทั้งหนักและเบา)ก็เป็นที่เป็นทาง เห็นความน่ารักและข้อดีของมันแล้วถ้าหากใครคิดอยากจะเลี้ยงอัลปากานั้น ต้องป๋า/เสี่ย/เจ้าสัว/พ่อเลี้ยง นิดนึง เนื่องด้วยสมญานามของเจ้าตัวที่เรียกว่า "สัตว์เลี้ยงของคนรวย" เพราะต้องมีสินสอดในการสู่ขออัลปากามาตังแต่อยู่ในท้อง อย่างน้อบ 4 แสนบาท!!!! ไม่ใช่ว่าอยากจะเลี้ยงแล้วก็เดินไปหาซื้อเอาตามจตุจักรได้เลยง นอกจากนี้ผู้เลี้ยงต้องคอยพกร่มเพื่อป้องกันน้ำลายด้วย เพราะ อัลปากาชอบพ่นน้ำลายเวลามันกังวล ตกใจ หรือคิดว่าอีกฝ่ายเป็นตัวอันตราย ซึ่งมันสามารถพ่นได้ในระยะที่ไกลมาก แถมเวลาตกใจมากๆ อัลปาก้าก็ยังมีเสียงร้องหลากหลายคีย์ (ฝึกให้ร้องเป็นวงดนตรีท่าจะดี 5555) .. และนี่ก็คือเรื่องราวของสัตว์แปลกสุดน่ารักอย่าง อัลปากา ที่ในแอพบอกว่า หน้าตาน่ารักเหมือนผุ้เขียน แถมยังดูไฮโซเหมือนกันอีก แต่ผุ้เขียนนิสัยดีกว่าเยอะ อย่างน้อยก็ไม่พ่นน้ำลายใส่ 555

                       อ้างอิง

                       http://th.wikipedia.org/wiki/Alpaca

                       http://www.alpacahill.com/admission/

                       https://www.facebook.com/AlpacaView



เข้าชม : 3442


เรื่องทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      พระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2551 18 / พ.ค. / 2558
      อวดไม่รู้ 21 / เม.ย. / 2558
      โรคกระดูกพรุน 14 / พ.ค. / 2557
      U-NET 28 / เม.ย. / 2557
      ผมเป็นโรคขี้เกียจ 17 / เม.ย. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ vtatthailand@windowslive.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home    About us    News    Calendar    Webboard    Knowledge    Gallery    Contact us    Admin  
© Copyright 2010 สมาคมเทคนิคการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย :: Veterinay Technology Association of Thailand
Power by : MAXSITE 1.10